ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
POS

เชื่อม POS เข้ากับ ERP แล้วได้อะไรเพิ่ม

สองระบบที่มักถูกซื้อแยกกัน

ร้านส่วนใหญ่เริ่มจาก POS ก่อน เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ตั้งแต่วันเปิดร้าน พอธุรกิจโตขึ้นมีหลายสาขา มีคลังกลาง มีการสั่งซื้อจากซัพพลายเออร์หลายเจ้า ถึงค่อยมาวางระบบ ERP ทีหลัง

ผลคือมีสองระบบที่ไม่คุยกัน แล้วต้องใช้คนคีย์ข้อมูลเชื่อมให้แทน

สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อสองระบบคุยกัน

สต็อกตรงกันโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ ทุกบิลที่ขายหน้าร้านตัดสต็อกในระบบกลางทันที ไม่ต้องรอสรุปตอนสิ้นวันแล้วมานั่งกรอกเข้า ERP อีกรอบ ของขาดของเกินจะเห็นตั้งแต่ยังแก้ทัน

สั่งซื้อได้จากยอดขายจริง เมื่อ ERP เห็นยอดขายรายสาขาแบบเรียลไทม์ ระบบตั้งจุดสั่งซื้อใหม่อัตโนมัติได้ สินค้าที่ขายดีในสาขาหนึ่งแต่ค้างในอีกสาขา ก็เห็นและโอนย้ายได้ก่อนของจะหมดอายุ

ปิดบัญชีเร็วขึ้น ยอดขายและภาษีขายไหลเข้าระบบบัญชีเอง ฝ่ายบัญชีเปลี่ยนจากการคีย์ข้อมูลมาเป็นการตรวจสอบข้อมูลแทน ซึ่งเป็นงานที่สร้างมูลค่ามากกว่ามาก

ต้นทุนขายที่เชื่อถือได้ เมื่อราคาซื้อจากฝั่งจัดซื้อกับยอดขายจากหน้าร้านอยู่ในฐานข้อมูลเดียวกัน กำไรขั้นต้นรายสินค้าจะคำนวณได้จริง ไม่ใช่ประมาณเอา

เชื่อมอย่างไรได้บ้าง

  • เชื่อมผ่าน API แบบเรียลไทม์ ข้อมูลอัปเดตทันที เหมาะกับธุรกิจที่สต็อกหมุนเร็ว แต่ต้องออกแบบให้ POS ทำงานต่อได้เมื่อ ERP ล่มหรือเน็ตหลุด
  • ซิงก์เป็นรอบ เช่น ทุก 15 นาที หรือทุกสิ้นวัน ทำง่ายกว่าและทนต่อปัญหาเครือข่ายมากกว่า เหมาะกับร้านที่ไม่ต้องเห็นตัวเลขแบบวินาทีต่อวินาที
  • นำเข้าไฟล์ ทางเลือกสุดท้ายเมื่อระบบเดิมไม่มี API ยังดีกว่าให้คนคีย์ซ้ำ แต่ควรมองเป็นทางผ่านไม่ใช่ปลายทาง

คำถามที่ควรถามผู้ขายระบบ

ก่อนตัดสินใจ ถามให้ชัดว่า POS ที่ใช้อยู่มี API เปิดให้เชื่อมไหม เอกสารครบหรือเปล่า และถ้าฝั่ง ERP ไม่ตอบสนอง หน้าร้านจะยังขายได้อยู่หรือไม่ คำตอบข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะระบบหลังบ้านล่มไม่ควรทำให้ร้านหยุดขาย

คุยกันก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย

เล่าปัญหาที่เจออยู่ให้เราฟัง แล้วเราจะบอกตรง ๆ ว่าควรทำระบบแบบไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ และงบประมาณคร่าว ๆ เท่าไร

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นและวิเคราะห์การเข้าชม คุณสามารถเลือกยอมรับหรือตั้งค่าคุกกี้แต่ละประเภทได้