เช็กลิสต์ 7 ข้อ ก่อนตัดสินใจวางระบบ ERP
ERP ไม่ใช่ยาครอบจักรวาล
หลายบริษัทเริ่มโครงการ ERP ด้วยความหวังว่าระบบจะแก้ปัญหาการทำงานทั้งหมด แล้วจบลงด้วยระบบราคาแพงที่พนักงานไม่ยอมใช้ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ซอฟต์แวร์ แต่อยู่ที่การเตรียมตัวก่อนเริ่ม
ก่อนเซ็นสัญญากับใคร ลองตอบ 7 ข้อนี้ให้ได้ก่อน
1. ปัญหาที่อยากแก้คืออะไร วัดเป็นตัวเลขได้ไหม
"อยากให้ระบบดีขึ้น" ไม่ใช่เป้าหมาย แต่ "ปิดงบสิ้นเดือนให้เสร็จใน 3 วันแทน 10 วัน" หรือ "ลดของขาดสต็อกจากเดือนละ 20 ครั้งเหลือ 5 ครั้ง" คือเป้าหมายที่วัดผลได้ ถ้าตอบข้อนี้ไม่ได้ จะไม่มีทางรู้เลยว่าโครงการสำเร็จหรือไม่
2. ใครเป็นเจ้าของโครงการ
ต้องมีคนในบริษัทที่ตัดสินใจแทนองค์กรได้ และมีเวลาให้โครงการจริง ๆ ไม่ใช่มอบหมายให้ฝ่าย IT คนเดียวแล้วปล่อยไป เพราะ ERP กระทบทุกแผนก การตัดสินใจว่าจะปรับกระบวนการไหนต้องมีคนชี้ขาด
3. ข้อมูลตั้งต้นพร้อมแค่ไหน
รายการสินค้า รายชื่อลูกค้า ยอดยกมา ผังบัญชี — ข้อมูลพวกนี้อยู่ที่ไหน อยู่ในสภาพที่นำเข้าได้เลยหรือต้องล้างข้อมูลก่อน ประสบการณ์บอกว่าขั้นตอนล้างข้อมูลกินเวลามากกว่าที่คิดเสมอ
4. กระบวนการทำงานทุกวันนี้เป็นอย่างไร
วาดผังออกมาให้เห็นว่าใบสั่งขายเดินทางผ่านมือใครบ้าง ใครอนุมัติ ใครบันทึก จุดที่งานติดขัดอยู่ตรงไหน ถ้าเอากระบวนการที่พังอยู่แล้วไปใส่ในระบบใหม่ ก็จะได้กระบวนการที่พังเหมือนเดิมแต่แพงขึ้น
5. จะเริ่มจากโมดูลไหนก่อน
ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้ทุกโมดูลพร้อมกัน ส่วนใหญ่เริ่มจากขายและคลังสินค้าก่อน เพราะเห็นผลเร็วและกระทบเงินสดโดยตรง แล้วค่อยขยายไปจัดซื้อและบัญชี
6. งบประมาณรวมค่าอะไรบ้าง
ค่าพัฒนาเป็นแค่ส่วนหนึ่ง อย่าลืมค่าอบรมพนักงาน ค่าย้ายข้อมูล ค่าดูแลรายปี และเวลาของพนักงานที่ต้องหยุดงานประจำมาเรียนรู้ระบบใหม่
7. ถ้าทีมที่ทำหายไป จะทำอย่างไรต่อ
ถามให้ชัดตั้งแต่แรกว่าใครเป็นเจ้าของ Source code มีเอกสารระบบไหม ทีมอื่นรับช่วงต่อได้หรือเปล่า คำถามนี้ไม่มีใครชอบตอบ แต่เป็นคำถามที่สำคัญที่สุดในระยะยาว
สรุป
ถ้าตอบครบ 7 ข้อได้ โครงการ ERP มีโอกาสสำเร็จสูงมาก และการคุยกับผู้พัฒนาจะง่ายขึ้นเยอะ เพราะทั้งสองฝ่ายเห็นภาพเดียวกันตั้งแต่ต้น
คุยกันก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย
เล่าปัญหาที่เจออยู่ให้เราฟัง แล้วเราจะบอกตรง ๆ ว่าควรทำระบบแบบไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ และงบประมาณคร่าว ๆ เท่าไร